THE ORIGIN กับ 150 นาทีแรกของ CREW CUTTERS
อัปเดตเมื่อ 7 ต.ค.
เมื่อ “ทับทิมสยาม” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้คำว่า Teamwork

โจทย์แรกของทีม CREW CUTTERS ในรายการ The Cut Reality เริ่มต้นด้วยเวลาเพียง 150 นาที
ภายใต้โจทย์ THE ORIGIN ปฐมบทของอัญมณีไทย ซึ่งในแต่ละทีมต้องสร้างสรรค์เครื่องประดับโดยมี “ทับทิมสยาม” เป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่คิด Concept, ออกแบบ, วาด Sketch และลงสี ไปจนถึงวางแผนการตลาดและเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการ

แต่สำหรับพวกเรา ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้มีเพียงเวลาที่กำลังนับถอยหลัง นี่คือ การทำงานร่วมกันครั้งแรกของสมาชิก CREW CUTTERS ทั้ง 15 คน
ก่อนเริ่มวาด เราเริ่มจากคำว่า “ปฐมบท” แทนที่จะเริ่มต้นว่าเครื่องประดับควรมีหน้าตาอย่างไร พี่อาร์ม (คุณธนาวัฒน์ พนาเชวง จากแบรนด์ Charites Gems) ในฐานะ Creative Director ชวนทุกคนมาพูดคุยและให้ความเห็นร่วมกัน ถึงความหมายของคำว่า “ปฐมบท” จนเกิดเป็นแนวคิดว่า
ปฐมบทไม่ได้เป็นเพียงแสงสว่างที่เอาชนะความมืด แต่คือการถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันของเงาที่เข้มข้นและแสงที่เจิดจรัส และความหรูหราที่แท้จริงจึงเกิดขึ้นจากสมดุลระหว่าง The Void และ The Light
และถูกพัฒนาต่อเป็น Creative Direction ที่เรียกว่า Neo-Eastern Couture หรือความหรูหราสายพันธุ์ใหม่ที่หลอมรวมปรัชญาตะวันออกเข้ากับโครงสร้างร่วมสมัยชั้นสูง ผ่าน 3 Core Ideas
Refined คือ กลั่นกรองความฟุ่มเฟือยออกจนเหลือแก่นแท้
Unexpected คือ สร้างสิ่งที่คาดไม่ถึงผ่านรูปทรง วัสดุ และสัดส่วน
Profound คือ ซ่อนปรัชญา จิตวิญญาณ และรากทางวัฒนธรรมไว้อย่างนุ่มลึก
จาก Philosophy สู่ Form

เมื่อแก่นของเรื่องชัดขึ้น ทีมเริ่มช่วยกันแปลความคิดนามธรรมให้กลายเป็นรูปทรง
หนึ่งในแนวคิดที่ พี่โบ๊ต (คุณเอกไกร พวงมณี จากแบรนด์ Sewn Handicraft) เสนอขึ้นมา คือการนำลักษณะการไหลของ Magma มาเป็นภาษาของ Form เพราะ Magma ไม่ได้ Flow อย่างสายน้ำ แต่มีการ ไหล ทับซ้อน สะสม และหยุดเป็นช่วงๆ ก่อนจะค่อยๆ ก่อรูปเป็นโครงสร้างใหม่ Character นี้จึงถูกนำมาใช้พัฒนาเส้นสายของสร้อย ให้มีทั้ง Movement, Layer และจังหวะการหยุด ราวกับกำลังบันทึกช่วงเวลาที่พลังงานใต้พื้นโลกค่อยๆ ก่อกำเนิดเป็นอัญมณี

จาก Creative Direction ของพี่อาร์มและไอเดียที่สมาชิกช่วยกันต่อยอดทั้งพี่อาร์มและ พี่จิ๊ (คุณจิตาภา เอื้ออมรรัตน์ จากแบรนด์ Siamwell) ในฐานะ Designer ของทีม จึงเริ่มถ่ายทอดทั้งหมดออกมาเป็น Sketch ด้วยมือ ก่อนที่ น้องแพรว (คุณอารีญา ไชยวัลย์ จากแบรนด์ Minella) และน้องปิงปอง (คุณฐิติกร ใยคำ จากแบรนด์ Pimrapha) จะช่วยกันลงสี และเกิดเป็น Collection "THE ROOTS OF SIAM"

ภายในเวลาเพียง 150 นาที ทีมไม่ได้ออกแบบเพียง Hero Piece ชิ้นเดียว แต่พัฒนาออกมาเป็นเครื่องประดับถึง 4 ชิ้น

Necklace ถ่ายทอด Movement และ Layer ของการก่อกำเนิด
Stack Ring ใช้แนวคิด Hidden Gems ให้การซ้อนของแต่ละชั้นค่อย ๆ เปิดเผยรายละเอียดและอัญมณีที่ซ่อนอยู่
Earrings นำ Design Language เดียวกันมาลดทอนให้อยู่ในสัดส่วนที่สวมใส่ได้
และ Bracelet ถ่ายทอด Rhythm และโครงสร้างของ Collection ไปสู่อีกหนึ่งรูปแบบ
สิ่งสำคัญคือ ทั้ง 4 ชิ้นไม่ได้ถูกออกแบบให้เหมือนกัน แต่ถูกสร้างขึ้นจาก Design Language เดียวกัน จึงสามารถอยู่ร่วมกันเป็น Collection ได้
จากเครื่องประดับ สู่เรื่องราวของการเป็นเจ้าของ
ในขณะที่ฝ่ายออกแบบกำลังพัฒนาผลงาน สมาชิกส่วนอื่นของทีมช่วยกันระดมความคิดด้าน Strategy และ Marketing หนึ่งในแนวคิดที่ทีมเสนอคือ การนำ Collection เข้าสู่ งานประมูลในวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2027 เพราะ Ruby คือ อัญมณีประจำเดือนเกิดกรกฎาคม เพราะฉะนั้นเลข 7 และเดือน 7 จึงไม่ได้ถูกเลือกเพียงเพื่อสร้างวันที่จดจำง่าย แต่ถูกนำมาเชื่อมเข้ากับ Storytelling ของทับทิม เพื่อทำให้ Moment ของการประมูลกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว Collection

และเมื่อผู้สะสมได้ครอบครองผลงาน จะได้รับ The Book of Origin หนังสือที่บันทึกเรื่องราวและแหล่งที่มาของทับทิม พร้อม Certificate จาก GIT เพื่อให้คุณค่าของชิ้นงานไม่ได้จบอยู่เพียงสิ่งที่มองเห็น แต่รวมถึงเรื่องราว ที่มา และความมั่นใจในอัญมณีที่ตนเองเป็นเจ้าของ
และตัวแทนที่นำเรื่องราวทั้งหมดขึ้น Present ต่อคณะกรรมการ ได้แก่ , น้องนิปุณ (คุณภัทรนิดา เฉลียวปัญญา จากแบรนด์ Orithai), อุ้ม (คุณชุติมา พิชิตรณชัยกุล จากแบรนด์ Be'Shine) และพี่เม (คุณปวรนันท์ ศิลปวาณิชย์ จากแบรนด์ Morakot Gallery) ซึ่งการนำเสนอผลงาน THE ROOTS OF SIAM นี้ได้พาทีม CREW CUTTERS ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปด้วย อันดับที่ 3

Feedback ที่กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของ Be'Shine
หนึ่งใน Feedback จากกรรมการที่พวกเราจดจำได้ คือผลงานมีความ สวย ร่วมสมัย และสามารถนำไปสวมใส่ได้จริง รวมถึงการออกแบบเครื่องประดับในการนำ ทับทิมสยามเม็ดเล็กหลายเม็ด มาจัดองค์ประกอบร่วมกัน จนในภาพรวมสร้าง Visual Impact เสมือนเป็นทับทิมเม็ดใหญ่หนึ่งเม็ด
วิธีคิดนี้ทำให้ผลงานยังคงมี Presence และ Perceived Value สูง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอัญมณีเม็ดใหญ่เพียงเม็ดเดียว และยังเป็นการออกแบบภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด สำหรับ Be'Shine นี่เป็นบทเรียนที่น่าสนใจมากว่า ข้อจำกัดของ Material ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อจำกัดของ Value และบางครั้งหน้าที่ของนักออกแบบ ไม่ใช่การตามหาวัสดุที่ใหญ่ที่สุด แพงที่สุด หรือสมบูรณ์แบบที่สุด
แต่คือการมองเห็นว่า สิ่งที่เรามีอยู่ สามารถถูกจัดวาง เจียระไน ประกอบ และเล่าเรื่องอย่างไร เพื่อทำให้คุณค่าของมันถูกมองเห็นมากที่สุด

เช่นเดียวกับการทำงานของ CREW CUTTERS ในวันแรก เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยทีมที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนไม่ได้มีเวลามากมายและไม่ได้มีทรัพยากรที่ไร้ขีดจำกัด แต่สิ่งที่เรามีคือ 15 คนที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน เมื่อทุกคนยอมเปิดพื้นที่ให้ความคิดของกันและกัน พี่อาร์มวาง Creative Direction สมาชิกช่วยกันต่อยอด พี่โบ๊ตเสนอภาษาของ Magma พี่จิ๊แปลความคิดเป็น Design น้องแพรวและน้องปิงปองทำให้ Sketch มีชีวิต สมาชิกอีกส่วนพัฒนา Strategy และตัวแทนของทีมทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความแตกต่างเหล่านั้นจึงไม่ได้กลายเป็นข้อจำกัด แต่กลับกลายเป็น ทรัพยากรของทีม และอาจเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทับทิมสยามเม็ดเล็กหลายเม็ด สามารถรวมตัวกันจนสร้างพลังของอัญมณีเม็ดใหญ่ได้
เพราะบางครั้ง Value ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรามีอะไรอยู่ในมือมากแค่ไหนแต่อยู่ที่ว่า เรามองเห็นศักยภาพของสิ่งที่มี และนำมันมารวมกันได้ดีเพียงใด
และนี่...คือบทเรียนแรกจาก 150 นาทีแรกของ CREW CUTTERS
และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ชื่อว่า "THE ROOTS OF SIAM"
— Be'Shine
ติดตามรับชมผลงานของทีม CREW CUTTERS ได้ใน EP. 1 - The Cut Design Identity Challenge - ศึกประชันอัตลักษณ์ เจียระไนฝันสู่เวทีโลก







ความคิดเห็น