top of page

ของที่ถูกมองว่าไร้ค่า...จะกลายเป็นเครื่องประดับบนเวทีรับรางวัลได้อย่างไร?

8 ต.ค.
ยาว 2 นาที

"ECHOES OF THE TRIBE" เมื่อวัสดุเหลือใช้ได้รับชีวิตใหม่ ผ่านลมหายใจและสองมือ



ถ้าต้องออกแบบเครื่องประดับให้คนดังสวมใส่ในวันรับรางวัล แต่สิ่งที่มีอยู่ในมือกลับเป็นเพียงวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมแฟชั่น เราจะสร้างผลงานที่สง่างามและมีคุณค่าได้อย่างไร?


นี่คือความท้าทายใน Challenge 08 ของรายการ The Cut Reality ภายใต้โจทย์ AGAIN & AGAIN ที่ให้ผู้เข้าแข่งขันนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับสำหรับ คุณนุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา เพื่อสวมใส่ในงานประกาศรับรางวัล

โจทย์นี้ไม่ได้ทดสอบเพียงความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังท้าทายให้ทุกทีมมองเรื่องความยั่งยืนให้ลึกกว่าการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ทั้งการเลือกวัสดุ กระบวนการผลิต และการออกแบบให้เครื่องประดับมีโอกาสถูกใช้งานต่อ

สำหรับ CREW CUTTERS เราจึงเริ่มต้นจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้สิ่งที่ถูกมองข้าม กลับมามีคุณค่าอีกครั้งผ่านงานออกแบบ?


เมื่อวัสดุเหลือใช้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์


หลังจาก CREW CUTTERS ได้รับอันดับ 1 ในโจทย์ที่ 7 COOL TO BE GREY ทีมจึงได้รับสิทธิ์เลือกวัสดุให้ทั้งทีมตนเองและทีมอื่น โดยมี พี่อาร์ม เป็นตัวแทนในการเลือก ซึ่งวัสดุที่ทีมได้รับประกอบด้วยเม็ดบีดส์และอะไหล่โลหะ ลูกประคำสีทอง รวมถึงแผ่นพลาสติกสีดำและสีเทาที่มีประกายคล้ายเพชร ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมแฟชั่น


วัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ CREW CUTTERS ได้รับสำหรับโจทย์ AGAIN & AGAIN ก่อนนำมาตีความและสร้างคุณค่าใหม่ผ่านงานออกแบบเครื่องประดับ ECHOES OF THE TRIBE
วัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ CREW CUTTERS ได้รับสำหรับโจทย์ AGAIN & AGAIN ก่อนนำมาตีความและสร้างคุณค่าใหม่ผ่านงานออกแบบเครื่องประดับ ECHOES OF THE TRIBE

ก่อนเริ่มออกแบบ ทีมตรวจสอบชนิดโลหะและปริมาณนิกเกิล เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ชิ้นส่วนที่อาจไม่เหมาะสมต่อการสัมผัสผิวหนัง เพราะการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ ไม่ใช่เพียงการนำสิ่งของมาประกอบเข้าด้วยกัน แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความเหมาะสม และการใช้งานจริงด้วย


ตัวอย่างวัสดุเหลือใช้บางส่วนที่ CREW CUTTERS คัดเลือก หลังตรวจสอบชนิดโลหะและปริมาณนิกเกิล เพื่อเตรียมนำมาต่อยอดเป็นเครื่องประดับ ECHOES OF THE TRIBE ภายใต้โจทย์ AGAIN & AGAIN
ตัวอย่างวัสดุเหลือใช้บางส่วนที่ CREW CUTTERS คัดเลือก หลังตรวจสอบชนิดโลหะและปริมาณนิกเกิล เพื่อเตรียมนำมาต่อยอดเป็นเครื่องประดับ ECHOES OF THE TRIBE ภายใต้โจทย์ AGAIN & AGAIN

ECHOES OF THE TRIBE เมื่อสามเรื่องราวมาบรรจบกัน


เมื่อรู้ว่าผู้สวมใส่คือ คุณนุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ทีมจึงเริ่มศึกษาตัวตน ความสนใจ และสิ่งที่เธอให้ความสำคัญ คุณนุ่นมีความผูกพันกับธรรมชาติ ป่า ภูเขา และชุมชนทางภาคเหนือ รวมถึงให้ความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและการช่วยเหลือชุมชน


 พี่อาร์ม (คุณธนาวัฒน์ พนาเชวง จากแบรนด์ Charites Gems) ในฐานะ Creative Director ของทีม จึงเลือกนำ วัฒนธรรมม้ง มาเป็นแรงบันดาลใจ โดยศึกษาลักษณะเครื่องประดับและงานฝีมือของชุมชน ก่อนนำโครงสร้างและรูปแบบการจัดวางองค์ประกอบมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย



แนวคิดนี้กลายเป็นคอลเลกชัน ECHOES OF THE TRIBE - เสียงสะท้อนแห่งชาติพันธุ์ ที่เชื่อมโยงเรื่องราว 3 ด้านเข้าด้วยกัน


Echo of the Muse คือ ตัวตนของคุณนุ่นและความผูกพันกับธรรมชาติ

Echo of Heritage คือ แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาและงานฝีมือทางวัฒนธรรม

Echo of Sustainability คือ การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างคุณค่าใหม่


เราไม่ได้ต้องการลอกเลียนเครื่องประดับม้งดั้งเดิม แต่เลือกศึกษาภาษาของรูปทรงและโครงสร้าง เพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่สะท้อนความเคารพต่อแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรม


จากแนวคิดสู่การจัดวางวัสดุทีละชิ้น


การตีความโครงสร้างเครื่องประดับม้งดั้งเดิมผ่านองค์ประกอบ Layering, Soul Lock Pendant และ Cascade Fringe ก่อนนำมาพัฒนาเป็นดีไซน์ร่วมสมัยของคอลเลกชัน ECHOES OF THE TRIBE โดย CREW CUTTERS
การตีความโครงสร้างเครื่องประดับม้งดั้งเดิมผ่านองค์ประกอบ Layering, Soul Lock Pendant และ Cascade Fringe ก่อนนำมาพัฒนาเป็นดีไซน์ร่วมสมัยของคอลเลกชัน ECHOES OF THE TRIBE โดย CREW CUTTERS

หลังจากแนวคิดและทิศทางของคอลเลกชั่น โดยเชื่อมโยงตัวตนของคุณนุ่นเข้ากับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมม้งและแนวคิดการสร้างคุณค่าใหม่ให้วัสดุเหลือใช้แล้ว จากนั้น พี่อาร์มและพี่จิ๊ (คุณจิตาภา เอื้ออมรรัตน์ จาก Siamwell) ร่วมกันทดลองจัดวางวัสดุ รูปทรง และพื้นผิวต่างๆ ก่อนนำมาประกอบเป็นเครื่องประดับ โดยหยิบเอกลักษณ์ของเครื่องประดับชาติพันธุ์มาลดทอนให้มีความร่วมสมัยและเหมาะกับการสวมใส่ออกงาน



ชิ้นงานหลักเป็นสร้อยคอ Statement ที่ใช้เส้นเรขาคณิตเป็นโครงสร้าง ผสมผสานแผ่นพลาสติกสีดำและสีเทา รวมถึงการนำชิ้นไม้รกฟ้า ซึ่งเป็นวัสดุเหลือจากโจทย์ที่แล้ว (COOL TO BE GREY) กลับมาต่อยอดในผลงานอีกครั้งบริเวณช่วงไหปลาร้า ส่วนด้านล่างใช้เม็ดบีดส์โลหะร้อยสลับสีให้เกิดจังหวะและการทิ้งตัว ขณะที่ลูกประคำสีทองถูกนำมาทุบแบน ก่อนประกอบเป็นดอกไม้ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของชิ้นงาน



วัสดุแต่ละชนิดจึงไม่ได้ถูกนำมาใช้เพียงเพราะมีอยู่ แต่ถูกเลือกและจัดวางใหม่ให้ทำหน้าที่ร่วมกัน ทั้งในด้านรูปทรง พื้นผิว และการถ่ายทอดแนวคิดของคอลเลกชั่น



ผลงานสร้อยคอที่ทีมเสนอมีราคา 25,900 บาท พร้อมแนวคิดต่อยอดเป็นต่างหูในคอลเลกชั่นเดียวกัน


“มีเพียงลมหายใจและสองมือ” ในการสร้างสรรค์ชิ้นงานนี้


หนึ่งในสิ่งที่ CREW CUTTERS ให้ความสำคัญ คือการเลือกกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืน ทีมเน้นการทำงานด้วยมือเป็นหลัก ตั้งแต่การเลื่อย ทุบ ดัด เจาะ มัด ร้อย ไปจนถึงการประกอบชิ้นส่วน เพื่อลดการพึ่งพาเครื่องจักร ความร้อน และกระบวนการที่ใช้พลังงานสูงในขั้นตอนที่สามารถทำด้วยมือได้ “มีเพียงลมหายใจและสองมือ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสิ่งที่ถูกมองข้าม ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง”



ประโยคนี้สะท้อนหัวใจของ ECHOES OF THE TRIBE เพราะเบื้องหลังวัสดุเหลือใช้แต่ละชิ้น คือเวลา ความอดทน และทักษะของผู้สร้างสรรค์ที่ช่วยเปลี่ยนสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นงานออกแบบ สำหรับทีม ความยั่งยืนจึงไม่ได้อยู่ที่วัสดุเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงวิธีคิดและกระบวนการสร้างผลงานด้วย


เครื่องประดับที่ไม่ควรมีชีวิตเพียงคืนเดียว


แม้โจทย์จะกำหนดให้ออกแบบเครื่องประดับสำหรับงานประกาศรับรางวัล แต่ทีมมองว่าชิ้นงานไม่ควรถูกจำกัดการใช้งานอยู่เพียงโอกาสเดียว ทีม CREW CUTTERS จึงพัฒนาโครงสร้างแบบ Modular Design ให้สามารถถอดประกอบและปรับเปลี่ยนรูปแบบได้



เมื่อประกอบเต็มจะเป็น Gala Necklace สำหรับงานสำคัญ แต่สามารถถอดส่วนระย้ามาใช้เป็น Brooch หรือเลือกสวมเฉพาะโครงด้านบนเป็นสร้อยคอที่เรียบเท่สำหรับการแต่งกายในชีวิตประจำวัน แนวคิดนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้งานและยืดอายุการใช้ประโยชน์ของเครื่องประดับ เพราะ ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการนำของเก่ากลับมาใช้ใหม่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการออกแบบให้สิ่งที่สร้างขึ้นมีโอกาสถูกใช้งานต่อไปให้นานที่สุด


จากวัสดุเหลือใช้ สู่โอกาสทางธุรกิจ



นอกจากการออกแบบเครื่องประดับ ทีมยังเสนอแนวทางต่อยอด ECHOES OF THE TRIBE ในเชิงธุรกิจ

สำหรับตลาด B2C ทีมมองโอกาสในการนำผลงานเข้าสู่พื้นที่ที่เชื่อมโยงศิลปะ การออกแบบ และความยั่งยืน เช่น Gallery, Design Event และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนตลาด B2B เป็นแนวคิดการร่วมมือกับแบรนด์หรือองค์กรที่มีวัสดุเหลือใช้ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นเครื่องประดับหรือคอลเลกชันพิเศษ สร้างคุณค่าใหม่ให้วัสดุและต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจ ทีมยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างโปร่งใส ทั้งที่มาของวัสดุ กระบวนการผลิต และการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือก่อนขยายโอกาสไปสู่ตลาดงานออกแบบและความยั่งยืนในต่างประเทศ ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางธุรกิจที่ CREW CUTTERS พัฒนาขึ้นเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการในรายการ


อันดับ 2 กับบทเรียนเรื่องคุณค่าที่มองไม่เห็น


ในโจทย์ที่ 8 Agian & Agian มี อุ้ม (คุณชุติมา พิชิตรณชัยกุล จาก Be'Shine) และน้องมายด์ (คุณณัฐสุษมา พงศ์เขมนันท์ จาก Orithai) เป็นตัวแทนของทีม CREW CUTTERS ขึ้นนำเสนอผลงาน ECHOES OF THE TRIBE ต่อคณะกรรมการ และทีมได้รับ อันดับ 2


คุณนุ่น ศิรพันธ์ สวมสร้อยคอ Statement จากคอลเลกชัน ECHOES OF THE TRIBE ผลงาน Sustainable Jewelry ของ CREW CUTTERS ในโจทย์ AGAIN & AGAIN รายการ The Cut Reality
คุณนุ่น ศิรพันธ์ สวมสร้อยคอ Statement จากคอลเลกชัน ECHOES OF THE TRIBE ผลงาน Sustainable Jewelry ของ CREW CUTTERS ในโจทย์ AGAIN & AGAIN รายการ The Cut Reality

โจทย์นี้ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า การออกแบบจากวัสดุเหลือใช้มีความท้าทายต่างจากการเริ่มต้นด้วยวัสดุใหม่ เพราะต้องทำความเข้าใจข้อจำกัดของสิ่งที่มีอยู่ ก่อนค้นหาความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ ทั้งการเลือกวัสดุอย่างปลอดภัย การเคารพแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรม การลดการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิต และการออกแบบให้ใช้งานได้หลายโอกาส ล้วนเป็นส่วนสำคัญของผลงานชิ้นนี้ ความสำเร็จจึงไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนของเหลือให้ดูมีราคาเท่านั้น แต่คือการสร้างคุณค่าใหม่โดยไม่มองข้ามความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับงานออกแบบ


เมื่อสิ่งที่ถูกมองข้าม ยังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่


สำหรับ Be'Shine ซึ่งให้ความสำคัญกับความงามของวัสดุธรรมชาติและความประณีตของงานฝีมือ โจทย์ AGAIN & AGAIN ทำให้เราได้มองความหมายของคำว่า คุณค่า จากอีกมุมหนึ่ง ในโลกของอัญมณี เราคุ้นเคยกับการค้นหาความงามที่ซ่อนอยู่ภายในวัตถุดิบธรรมชาติ แต่ครั้งนี้ทีมต้องค้นหาความเป็นไปได้จากวัสดุที่เคยผ่านการใช้งาน และอาจถูกมองว่าไม่มีประโยชน์อีกต่อไป สิ่งที่เชื่อมโยงทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน คือความสามารถของมนุษย์ในการมองเห็นศักยภาพของวัสดุ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับทักษะงานฝีมือเพื่อเผยคุณค่านั้นออกมา


ของเหลือไม่ได้แปลว่าหมดคุณค่า และของเก่าไม่ได้แปลว่าไม่มีอนาคต

บางครั้งสิ่งที่ต้องเปลี่ยน อาจไม่ใช่ตัววัสดุ แต่เป็นมุมมองของเราที่มีต่อมัน

ECHOES OF THE TRIBE - เสียงสะท้อนแห่งชาติพันธุ์

AGAIN & AGAIN - Every Material Deserves Another Story.

— Be'Shine




ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน

LANGUAGE :

CONTRY / REGION :

CONTACT

WORK WITH US

ABOUT US

SHOPPING

COMMUNITY

FOLLOW US

  • Youtube
  • Pinterest

@2025 Be'Shine  All rights reserved. / Privacy Policy /  Business Policy / Contact us

bottom of page