top of page

WISDOM TO LIFESTYLE จากภูมิปัญญาสุรินทร์สู่ CAD 3D

6 ต.ค.
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 7 ต.ค.

เราจะออกแบบ “อดีต” ให้คนปัจจุบันอยากสวมใส่ได้อย่างไร?



ในโลกของงานออกแบบ การรักษาภูมิปัญญาไว้ อาจไม่ได้หมายถึงการทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม

บางครั้ง...การทำให้สิ่งหนึ่ง “อยู่ต่อ” อาจต้องเริ่มจากการเข้าใจมันให้ลึกพอ แล้วกล้าที่จะตีความมันใหม่

นี่คือคำถามที่ CREW CUTTERS ต้องหาคำตอบในโจทย์ที่ 2 "Wisdom to Lifestyle"

และครั้งนี้ ทีม CREW CUTTERS ไม่ได้เริ่มต้นจากอัญมณีเหมือนโจทย์แรก แต่เริ่มจาก “ภูมิปัญญาของผู้คน”


จาก 4 จังหวัด สู่การเลือก “สุรินทร์”


ความท้าทายแรก ทางรายการ The Cut Reality ให้ทีมที่เข้ารอบทั้ง 11 ทีมได้เลือกจังหวัด จาก 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ จันทบุรี สุโขทัย และนครศรีธรรมราช ซึ่ง CREW CUTTERS ที่ได้เข้ารอบเป็นลำดับที่ 3 จากโจทย์ The Origin จึงได้เลือก จังหวัดสุรินทร์ เพราะมีความน่าสนใจทางด้านวัฒนธรรมในเรื่องของเครื่องเงินและผ้าไหม สำหรับตัวแทนของทีมที่จะไปสำรวจพร้อมกับทางรายการคือ น้องมายด์ (คุณณัฐสุษมา พงศ์เขมนันท์) และน้องนิปุณ (คุณภัทรนิดา เฉลียวปัญญา) จากแบรนด์ Orithai 



สิ่งที่ทั้งสองคนนำกลับมาให้ทีม ไม่ได้มีเพียงภาพถ่ายหรือข้อมูล แต่คือเรื่องราวของงานหัตถศิลป์สองแขนงที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างมาก หนึ่งคือ “ประเกือม” และ "ตะเกา" งานเครื่องเงินโบราณที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและทักษะของช่าง อีกหนึ่งคือ “ผ้าไหมยกทอง” ที่ถ่ายทอดความประณีตผ่านเส้นไหม สีสัน ลวดลาย และภูมิปัญญาการทอ เมื่อข้อมูลจากพื้นที่ถูกนำกลับมา Discuss ร่วมกัน สิ่งที่ทีมสนใจจึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “เราจะนำประเกือมหรือลายผ้าไหมมาใส่ในเครื่องประดับอย่างไร?”

แต่คือ “อะไรคือคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านี้?”


เมื่อภูมิปัญญาสองแขนง มีหัวใจเดียว


แม้เครื่องเงินและผ้าไหมจะเป็นงานคนละประเภท แต่สิ่งหนึ่งที่ทีมมองเห็นร่วมกัน คือภูมิปัญญาเหล่านี้ไม่ได้ดำรงอยู่เพราะ “ชิ้นงาน” เพียงอย่างเดียว มันอยู่ได้เพราะมี คนส่งต่อให้คน ผ่านการเรียนรู้การลงมือทำการฝึกฝนและองค์ความรู้ที่เดินทางจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง



เราจึงมองว่าแก่นสำคัญของภูมิปัญญาสุรินทร์ในครั้งนี้ คือ

Wisdom of Interconnection

“ภูมิปัญญาแห่งการเชื่อมโยง”

จากแนวคิดนี้ ทีมพัฒนาต่อไปสู่ Collection RESONANCE — Reflections of Heritage

เครื่องประดับที่ไม่ได้ต้องการทำซ้ำอดีต แต่ต้องการให้ภูมิปัญญาจากอดีตเกิด “เสียงสะท้อน” ขึ้นอีกครั้งในชีวิตของคนปัจจุบัน


จากภูมิปัญญา สู่ Neo Eastern Couture



ก่อนเริ่มออกแบบ  พี่อาร์ม (คุณธนาวัฒน์ พนาเชวง จากแบรนด์ Charites Gems) ในฐานะ Creative Director ของทีม Crew Cutters วาง Umbrella Concept ไว้ว่า Neo Eastern Couture

“นิยามความอ่อนช้อยแห่งอีสาน ให้กลายเป็นงานเครื่องประดับที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับ Lifestyle”


Core Philosophy ของแนวคิดนี้เรียบง่าย แต่เป็นคำถามสำคัญสำหรับทีมว่า เราจะเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้กลายเป็นความงามที่คนสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างไร?

แทนที่จะเริ่มจากการเลือกว่า “จะใช้ลายอะไร” ทีมจึงเริ่มจากการสังเกต พฤติกรรม รูปทรง จังหวะ และโครงสร้าง ที่ซ่อนอยู่ในงาน Craft จังหวะการเคลื่อนไหวของ ผ้าไหมจันทร์โสมา ถูกนำมาเชื่อมกับโครงสร้างและรายละเอียดจาก ประเกือมและตะเกา ก่อนจะค่อย ๆ ถูกถอดรหัสออกเป็น Design Language ใหม่



พี่อาร์มได้สรุปกระบวนการออกแบบไว้ผ่าน 3 แนวคิดสำคัญ


1. Fluidity in Motion - อย่า Copy รูปทรง ให้สังเกต “การเคลื่อนไหว”

แทนที่จะวาดผ้าไหมลงบนเครื่องประดับ เราหยิบ Character ของ เส้นไหมที่มัด ม้วน และเคลื่อนไหว มาแปลงเป็น Organic Form โลหะที่ดูแข็งจึงถูกออกแบบให้รู้สึกพริ้วไหวและอ่อนช้อย สื่อถึงคนยุคใหม่ที่สามารถปรับตัวไปตามจังหวะชีวิต แต่ยังมีความแข็งแรงและทิศทางของตัวเอง นี่เป็นบทเรียนหนึ่งที่นักออกแบบสามารถนำไปใช้ได้ เมื่อหา Inspiration อย่ามองเพียงว่า “สิ่งนั้นมีรูปร่างอย่างไร” แต่ลองถามว่า “สิ่งนั้นเคลื่อนไหว ทำงาน หรือให้ความรู้สึกอย่างไร”

2. Embedded Wisdom - อย่าวาง Heritage ไว้บนงาน แต่ทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของงาน

แทนที่จะนำรายละเอียดแบบดั้งเดิมมาห้อยประดับโดยตรง ทีมใช้แนวคิด Structural Integration

ลายเขวาและรายละเอียดจากประเกือมถูกถอดรหัสใหม่ ให้สามารถกลายเป็นทั้ง Surface Design และบางส่วนของ Functional Joints ในโครงสร้างเครื่องประดับ Heritage จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกว่า “นี่คืองานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุรินทร์” แต่มันถูกฝังเข้าไปในวิธีที่เครื่องประดับถูกสร้างขึ้น สำหรับนักออกแบบ นี่อาจเป็นคำถามที่น่าสนใจกว่าเพียงการเลือกลวดลายว่า เราจะทำให้ Inspiration กลายเป็น Structure, Function หรือ Experience ของ Product ได้หรือไม่?

3. The Ritual of Dressing - จากผู้สวมใส่ สู่ผู้ร่วมออกแบบ

ขั้นสุดท้ายคือการพา Design เข้าไปอยู่ใน Lifestyle จริงๆ กำไล Cuff และเครื่องประดับบางชิ้นจึงถูกออกแบบให้มี Slot หรือช่องว่างสำหรับสอดผ้าไหมและเส้นไหมจริง ผู้สวมใส่สามารถเลือกสี ลาย และวิธีจัดวางให้สัมพันธ์กับเสื้อผ้า บุคลิก หรือโอกาสในแต่ละวัน จาก Meeting สู่ Dinnerจาก Art Exhibition สู่งานสำคัญ เครื่องประดับชิ้นเดิมจึงสามารถเปลี่ยน Character ไปพร้อมกับผู้สวมใส่ ทีมเรียกช่วงเวลานี้ว่า Moment of Connection เพราะผู้ซื้อไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของ Product แต่กลายเป็นคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทำให้ภูมิปัญญาเดินทางต่อ


จากเส้นไหม สู่แสงสะท้อนบนอัญมณี



รายละเอียดอีกส่วนที่ทีมทดลอง คือการนำความงามของ เหลือบสีบนผ้าไหม มาแปลเป็น Gem Setting

อัญมณีถูกวางแบบไล่เฉดจากเข้มสู่อ่อนในมุมประมาณ 45 องศา เพื่อให้แสงจากพลอยสะท้อนกับพื้นผิวโลหะ เกิดสีและมิติที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง เราไม่ได้พยายามทำเครื่องประดับให้ “เหมือนผ้าไหม”

แต่พยายามสร้าง ประสบการณ์ของการมองเห็นผ้าไหม ขึ้นมาใหม่ผ่านแสง สี โลหะ และอัญมณี


เมื่อ Sketch ต้องกลายเป็น CAD 3D


ความท้าทายอีกขั้นของโจทย์นี้คือ ทางรายการ The Cut Reality กำหนดให้แต่ละทีมพัฒนาผลงานผ่าน CAD 3D เมื่อ Design เปลี่ยนจากเส้นสองมิติเป็นวัตถุสามมิติ ทุกความคิดต้องเริ่มตอบคำถามจริง

ความโค้งต้องมี Dimension, การซ้อนต้องมี Structure, Slot สำหรับผ้าไหมต้องใช้งานได้, ตำแหน่งพลอยต้องสัมพันธ์กับแสง และเครื่องประดับต้องสามารถอยู่บนร่างกายได้จริง และนี่ทำให้เราเห็นบทบาทของ Technology ในกระบวนการออกแบบชัดขึ้น




สำหรับโจทย์นี้ CAD 3D ไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนความคิดของ Designer แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้ความคิดนั้นชัดเจนและใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น จากภูมิปัญญาที่ทีมได้เรียนรู้ในพื้นที่ เราค่อย ๆ ตีความหาแก่น พัฒนาเป็นภาษาการออกแบบ ถ่ายทอดผ่าน Sketch และนำเข้าสู่ CAD 3D เพื่อมองเห็นทั้งรูปทรง สัดส่วน และโครงสร้าง ก่อนพัฒนาต่อให้กลายเป็น Contemporary Jewelry ที่สามารถเข้าไปอยู่ใน Lifestyle ของคนปัจจุบันได้จริง



จาก Product สู่ Meaningful Luxury


ในด้านการตลาด ทีมวางกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงและ LGBTQ+ อายุประมาณ 40–55 ปี ทั้งผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ นักสร้างสรรค์ และผู้นำทางความคิด ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ได้มองหาความหรูหราจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้คุณค่ากับ Craftsmanship, Concept และ Story



กลยุทธ์ของเราจึงไม่ได้หยุดที่การขายเครื่องประดับ แต่ต้องการให้ผู้สวมใส่มีส่วนร่วมในการส่งต่อภูมิปัญญา ผ่านการเลือกและเปลี่ยนผ้าไหมในแบบของตัวเอง รวมถึงสื่อสาร Collection ผ่าน Exhibition, Fashion Collaboration และบุคคลที่สามารถสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับ Craft และ Culture ได้อย่างมีความหมาย นี่คือความหมายของ Meaningful Luxury ในมุมของโจทย์นี้ - ความหรูหราที่ไม่ได้เกิดจากการครอบครองเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก การมีส่วนร่วม การเชื่อมโยง และการส่งต่อคุณค่า


ตัวแทนของ CREW CUTTERS ที่ขึ้นนำเสนอใน Challenge นี้ ได้แก่ น้องนิปุณ (คุณภัทรนิดา เฉลียวปัญญา จากแบรนด์ Orithai), พี่เม (คุณปวรนันท์ ศิลปวาณิชย์ จากแบรนด์ Morakot Gallery) และอุ้ม (คุณชุติมา พิชิตรณชัยกุล จากแบรนด์ Be'Shine) ซึ่งผลการแข่งขัน CREW CUTTERS ได้ อันดับที่ 9 ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามที่ทีมคาดหวัง แต่ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญของการเดินทาง ที่ทำให้เราได้กลับมาทบทวน เรียนรู้ และพัฒนาวิธีคิดในการทำงานร่วมกันต่อไป


BE'SHINE PERSPECTIVE


สำหรับ Be'Shine นี่กลับเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ทิ้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับการออกแบบไว้มากที่สุด ว่า เราจะทำงานกับ Heritage อย่างไร โดยไม่ทำให้ Heritage กลายเป็นเพียง Decoration? เพราะการนำลวดลายดั้งเดิมมาติดอยู่บนผลิตภัณฑ์ใหม่ อาจทำให้งาน “ดู” มีรากวัฒนธรรม แต่การเข้าใจว่า ทำไมสิ่งนั้นจึงมีคุณค่า ใครเป็นคนสร้างมัน องค์ความรู้ถูกส่งต่ออย่างไร และอะไรคือหัวใจที่ทำให้มันยังมีชีวิตอยู่ จะเปิดพื้นที่ให้เราสามารถตีความ Heritage ได้ลึกกว่านั้น สิ่งที่ Be'Shine นำกลับมาจาก Challenge นี้จึงเป็นหลักคิดหนึ่งที่สามารถนำไปใช้กับงานออกแบบของเราเองได้เช่นกัน "ศึกษารากให้ลึกพอ ก่อนจะกล้าตัดทอนมันให้เหลือเพียงแก่น" และเมื่อแก่นนั้นชัด Technology อย่าง CAD 3D ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงข้ามกับงาน Craft อดีตกับปัจจุบันก็ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกัน



เพราะบางครั้ง หน้าที่ของนักออกแบบไม่ใช่การเลือกว่าเราจะรักษา “ของเก่า” หรือสร้าง “ของใหม่”

แต่คือการค้นหาว่า เราจะพาคุณค่าจากอดีต เดินทางต่อไปในชีวิตของคนวันนี้ได้อย่างไร

และบางที นั่นอาจเป็นความหมายที่แท้จริงของคำว่า "Wisdom to Lifestyle."

— Be'Shine





ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน

LANGUAGE :

CONTRY / REGION :

CONTACT

WORK WITH US

ABOUT US

SHOPPING

COMMUNITY

FOLLOW US

  • Youtube
  • Pinterest

@2025 Be'Shine  All rights reserved. / Privacy Policy /  Business Policy / Contact us

bottom of page